รีวิว ร้านเวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse) สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 5

รีวิว ร้านเวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse) สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 5

เมื่อ 6 ปีก่อน ม่อนแบกเ้ป้ไปฉลองเบญจเพสคนเดียวที่เชียงใหม่ เพราะปีนั้นมีหลายๆ สิ่งเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ว่าจะเป็นเลิกกับแฟนที่คบกันมานาน 5 ปี ตัดสินใจเลิกทำงานสายที่ถนัดและคลุกคลีมาร่วม 10 ปี ลาออกจากบริษัทนั้น แล้วมาเรียนต่อสาย IT แบบเต็มๆ ชีวิตค่อนข้างอยู่ในจุดหักเห และหักดิบจากหลายๆ อย่าง การไปไหนไกลๆ สักครั้งจึงเป็นสิ่งที่หัวใจถามหา ก่อนหมดเวลาของปีนั้นม่อนก็ได้ยืนอยู่บนดินเชียงใหม่เป็นที่เรียบร้อย

การเที่ยวเชียงใหม่ครั้งนั้น ค่อนข้างสมบุกสมบัน เพราะไปแบบมีแต่แผนที่กับเป้ ตะเวนพักตามเกสท์เฮ้าส์แบบไม่ซ้ำกันเกิน 2 คืน ช่วงสุดท้ายของการเที่ยวก็โชคดีได้ห้องว่างที่เรจินา เกสต์เฮ้าส์ ติดริมปิง ตรงข้ามวัดเกตุ พอขึ้นไปสำรวจห้อง มองออกมานอกหน้าต่าง ก็เห็นร้านน้ำชาสวยๆ ติดกับที่พักพอดี เก็บของเสร็จเลยคว้ากระเป๋าเดินไปกินแบบไม่ต้องตัดสินใจนาน และร้านที่ว่านั้นคือ เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์

หลอกให้อ่านมา 2 ย่อหน้า บางคนคงคิดว่ามันเกี่ยวอัลไล ก็คือว่า หลังจากวันนั้น รสชาิติอร่อยๆ ยังติดอยู่ที่ปาก จนอยากกลับไปกินอีกครั้ง แต่ด้วยความที่เีชียงใหม่นั้นไกลเหลือ ม่อนเลยยังไม่สมหวังซักที จนล่าสุดได้รับเมล์เชิญให้ไปรีวิวที่ เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse) สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 5 ม่อนก็เลยตอบตกลงทันที

ด้วยความที่ “เวียง” แปลว่า “นคร” และ “จูมออน” แปลว่า “ชมพู” เวียงจูมออน จึงหมายถึง นครสีชมพู ทางเข้าร้านจึงถูกตกแต่งให้เหมือนกับซุ้มเมืองสีชมพู เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse) สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 5 นี้ตกแต่งน่ารัก จัดเซ็ตโต๊ะและเก้าอี้เป็นชุดๆ สำหรับ 2-3 คนนั่ง แต่ถ้าไปกันมากกว่านั้นก็สามารถต่อโต๊ะเข้าด้วยกันได้ (ต้องขออภัยที่ไม่ค่อยได้ถ่ายบรรยากาศในร้านมาค่ะ แบบว่ามัวแต่ถ่ายของกินเพลินไปนิด)

ดูท่าจะอารัมภบทมากเกินไปแล้ว มาดูสิ่งที่ทุกคนรอคอยกันดีกว่า นั่นคือ ขนมและน้ำชาที่ม่อนได้ลองทานที่เวียงจูมออนมีอะไรบ้างมาดูกัน

High Tea for Two ราคา 550 บาท

็High Tea for Two Set - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

เช็ตนี้มี 3 ชั้น เสิร์ฟพร้อมกับชาร้อน 1 กา (เลือกรสได้ตามใจชอบ) สำหรับชาเอาไว้ค่อยไปพูดถึงกันทีหลังนะคะ เรามาดูของหวานในเซ็ตนี้กันก่อนดีกว่า

บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

Blueberry Cheese cake ตัวชีสเค้กค่อนข้างแน่น มีอัลมอนด์ฝานบางๆ โรยอยู่ด้านบนตัวเค้ก แล้วราดด้วยบลูเบอร์รี่หวานๆ ตกแต่งด้วยวิปครีม ช็อคโกแลตและไวท์ช็อคโกแลตที่เอามาทำเป็นรูปผีเสื้อ

Rooibos tea Mousse - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

Rooibos tea Mousse เป็นมูสชาแดงแอฟริกันนุ่มๆ เสิร์ฟคู่กับซอสสูตรพิเศษของเวียงจูมออน ตกแต่งเป็นรูปรูปหัวใจด้วยซอสราสเบอร์รี่ี่ที่ช่วยเพิ่มความเปรี้ยวตัดความหวาน รสชาิติเลยออกมาลงตัวมาก

Fruit Salad - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

Fruit Salad ผลไม้หั่นเป็นลูกเต๋า ได้แก่ แอปเปิ้ลแดง แอปเปิ้ลเขียว สับปะรด แก้วมังกร และแคนตาลูป เสิร์ฟพร้อมกับซอสราสเบอร์รี่ ขอบอกว่าเมนูนี้เป็นเมนูตัดเลี่ยนของเซ็ตนี้เลยล่ะ หลังจากที่ทานชีสเค้ก และมูสชาแดงมาแล้ว จะมีรสหวานติดลิ้น พอทานผลไ้ม้จิ้มกับซอสราสเบอร์รี่เปรี้ยวๆ ทำให้สดชื่น และหายเลี่ยนเลยล่ะ

Scone Set ราคา 320 บาท

Scone Set - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

เช็ตนี้ประกอบด้วย สโคนโฮมเมด 4 ชิ้น เสิร์ฟพร้อมโฮมเมดแยม และไลท์ครีม + ชาร้อน1 กา (เลือกรสได้ตามใจชอบ)

Scone Set - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

สโคนมี 2 แบบ เป็นแบบธรรมดา และมีลูกเกด ซึ่งเนื้อจะเหมือนกันทั้งหมด แค่อีกแบบจะมีลูกเกดแซมค่ะ สโคนรสชาติดีเลยล่ะ นุ่ม ไม่แห้งเกินไป โอเคเลยค่ะ แต่ม่อนยังไม่ได้ทานแบบมีลูกเกดนะคะ ทานไม่ทันอ่ะ คนอื่นทานหมดเบย >.< เก๊าเป็นนักชิมที่กินช้าอ่ะ แงๆๆๆๆๆๆ

Scone Set - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

ที่เสิร์ฟมาคู่กับสโคนคือ แยมผลไม้ ไลท์ครีม (คล้ายเนย แต่แคลลอรี่น้อยกว่า) และวิปครีม อร่อยทุกอย่าง แต่ม่อนชอบที่จะกินวิปครีมคู่กับแยม หรือไม่ก็ไลท์ครีมคู่กับแยมค่ะ

ต่อไปเรามาดูเมนูสำหรับสั่งแยกกันบ้าง

Creme Brulee (ครีมบูเล) 160 บาท

Creme Brulee - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

ตอนที่มาเสิร์ฟมีกรี๊ดอ่ะ คือแบบที่ร้านเวียงจูมออนแต่ละเมนูน่าตาน่ารักตลอด ครีมบูเล เสิร์ฟคู่กับมาซอสสูตรพิเศษ แซมด้วยซอสราสเบอร์รี่รูปหัวใจ คล้าย กับมูสชาในเซ็ต Hight Tea for Two ค่ะ และตกแต่งด้วยแอปเปิ้ลเขียวกับส้ม ราดด้วยซอสราสเบอร์รี่

Creme Brulee - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

ตัวครีมบูเล รสชาติม่อนให้ผ่าน แต่ติดตรงที่น้ำตาลไหม้ที่ด้านบนของครีมบูเลนั้น น้ำตาลหนาไป พอเผาแล้วเลยทำให้แผ่นน้ำตาลด้านบนหนาแตกยาก และพอใช้ช้อนกดลงไปมันเลยแตกเป็นแผ่นใหญ่ๆ รสน้ำตาลเลยโดดชัดไปนิดถ้าตักติดน้ำตาลไหม้มาด้วย ถ้าตักไม่ติด ก็ขาดจุดเด่นของครีมบูเลไปอีก ความกลมกล่อมเลยลดลง

ส่วนผลไม้ทานใช้ทานตัดเลี่ยนได้ดีค่ะ

Cheery Cheese Cake (เชอร์รี่ชีสเค้ก) 190 บาท

Cheery Cheese Cake - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

เมนูนี้จะคล้ายๆ กับบลูเบอร์รี่ชีสเค้กในเซ็ต High Tea for Two แต่ด้วยความที่เป็นเชอร์รี่ ทำให้รสชาติจะออกเปรี้ยวมากกว่า ม่อนเลยชอบเชอร์รี่ชีสเค้กมากกว่าบลูเบอร์รี่ชีสเค้กค่ะ ทานแ้ล้วสดชื่นกว่า

Black Biscuit Cold Cheese ราคา 180 บาท

Black Biscuit Cold Cheese - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

ด้านบนเป็นโคลชีสเนื้อแน่นอร่อย ฐานเป็นแบล็คบิสกิตเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมแก้วมังกร กับซอสส้มและบลูเบอร์รี่ (ซอสสีน่ากลัวมาก จริงๆ นะ) เมนูนี้เวลาทาน ตักมาให้ครบทั้งโคลชีสและแบล็คบิสกิตนะคะ ทานคู่กันจะอร่อยมาก

ส่วนซอสรสชาติดีเลยค่ะ แต่ว่ามันกินคู่กับตัวโคลชีสยากอ่ะ ห่างไกลกัน แถมยังตักไปราดก็อเน็จอนาจไปนิด ตอนใช้ช้อนตัก ม่อนนึกถึงมีดกับส้อมมากกว่า ถ้าเอาส้อมจิ้ม แล้วใช้มีดตัดโคลชีสกับบิสกิตออกมา แล้วเอาไปจิ้มกับซอสก่อนเข้าปากได้คงแหล่มเบย

ผลไม้ที่เวียงจูมออนรสชาติดีอยู่แล้ว แก้วมังกรก็เอาไว้กินตัดเลี่ยนเหมือนเดิม

Greentea White Mousse (กรีนที ไวท์มูส) 220 บาท

Greentea White Mousse - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

มูสชาเขียวรสชาติชาเขียวเข้มข้นชัดเจนค่ะ ทานคู่กับเนื้อมูสด้านล่างออกมากำลังดี ซอสราดเบอร์รี่ในความรู้สึกม่อนมีไว้ตกแต่งอย่างเดียวเลย ช็อคโกแลตที่เสียบมาด้านบนอร่อย โดยรวมแล้วชอบนะคะเมนูนี้

ต่อกันด้วยน้ำชาค่ะ มาร้านชาทั้งทีไม่ทานชาก็คงจะแปลกๆ เนอะ (แต่ม่อนจะไม่ถนัดเรื่องชามากนัก ถ้าค็อกเทลนี่คล่องเชียวขอบอก) ชาของร้านนี้จะมีการแยกกากชามาให้ สามารถเติมน้ำได้ 3 รอบมากสุด แต่รอบที่ 3 จะค่อนข้างเจือจางแล้วค่ะ ชาที่ได้ทานไปทั้งหมดจะเป็นชาเบลนด์ (ถ้าสั่งแยก กาละ 150 บาทค่ะ) มีดังนี้ค่ะ

เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

Rose Bud Tea และ Vieng Joom On Tea

เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

Sweet Dream Tea

เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

Earl Grey Rooibos Tea

เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

และ Thai Jasmine Rice Tea (ไม่ได้่ถ่ายรูปมา)

เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

 

บรรยากาศหน้าร้าน

เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

ทางร้านมีชาให้เลือกซื้อกลับบ้านอีกเพียบ พร้อมกับมีตัวอย่างชาให้ดมกลิ่นเพื่อสะดวกต่อการเลือกด้วยค่ะ

เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

โดยสรุป
– เดินทางสะดวก
– ร้านบรรยากาศดี น่านั่งทานขนมชิลๆ
– มีเมนูให้เลือกเยอะ ทั้งขนมและน้ำชา
– แต่ก็จัดว่าราคาค่อนข้างสูงเมื่อรวม Vat 7% และ Service Charge 10%

สามารถติดตามข่าวสารของทางร้านได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้
Facebook: www.facebook.com/vjotea
instagram: instagram.com/vjoteahouse
Website: www.vjoteahouse.com

ทิ้งท้ายค่ะ ท้ายสุด สุดท้ายจริงๆ ละ ด้วยความที่ม่อนเคยไปทานที่เวียงจูมออน สาขาเชียงใหม่มาก่อน จึงทำให้มีข้อเปรียบเทียบขึ้นมานิดหน่อย

เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse) เชียงใหม่

เชียงใหม่นั้นม่อนได้ทานไป 3 อย่าง ชาพั้นช์, เชอร์รี่พานาคอตต้า และบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก

เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse) เชียงใหม่

ในตอนนั้นม่อนรู้สึกว่า บลูเบอร์รี่ชีสเค้กของทางเชียงใหม่ แน่นกว่า กลิ่นชีสหอมกว่า และวิปครีมเนียนแน่น และรสชาติอร่อยกว่า

บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

ส่วนพานาคอตต้านั้น อร่อยสุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เชอร์รี่ลูกเบิ้มมาก เปรี้ยวชัด ตัดกับแพนนาคอตตาเป็นอย่างดี ซอสราสเบอร์รี่ยิ่งช่วยให้จานนี้รสชาติสดชื่น สุดๆ

พานาคอตต้า - เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ (Vieng Joom On Teahouse)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เวลาผ่านไปค่อนข้างนาน อาจจะมีอะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็ยังอยากลิ้มลองรสชาติแบบนั้นอีกสักครั้งค่ะ

About NuMonz

เป็นแค่คนธรรมดาๆ ที่ชอบหาของอร่อย ช็อปปิ้งบ่อยกว่าทำความสะอาดบ้าน ถ้าว่างจากงานต้องออกเที่ยว เจออะไรดีๆ เลยอยากบอกต่อไปเรื่อยๆ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับใครบ้างไม่มากก็น้อย